You are using an outdated browser. Please upgrade your browser to improve your experience and security.

บา คา ร่า ฝาก 1 บาท ได้ 100:Slavery

sociology
print Print
Please select which sections you would like to print:
verified Cite
While every effort has been made to follow citation style rules, there may be some discrepancies. Please refer to the appropriate style manual or other sources if you have any questions.
Select Citation Style
Feedback
Corrections? Updates? Omissions? Let us know if you have suggestions to improve this article (requires login).
Thank you for your feedback

typing games, ฮั่งเส็งปิดเช้าบวก 52.39 จุด หลังจีนกระตุ้นเศรษฐกิจ SET Index มาถึงเป้าหมาย 1,432 จุดแล้ว ช่วงบ่ายอาจมีอ่อนตัวบ้าง ในระยะสั้น 1-2 วันข้างหน้า เชื่อว่าจะไม่ต่ำกว่า 1,420 จุด ก่อนจะฟื้นเพื่อไปทดสอบ 1,440 จุด ทั้งนี้ บริษัทมองว่าครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยบวกที่จะมาช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยคาดหวังว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่เข้ามาน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตไปได้ดี โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายในประเทศไทย 68% มาเลเซีย 25% อินโดนีเซีย 6% และสิงคโปร์ 1%ด้าน NPL ขยับลง 1.3% จากไตรมาส 2 หรือราว 260 ล้านบาท มีการขาย NPL ออกไปราว 858 ล้านบาท ส่วน NPL ที่เกิดขึ้นใหม่เพิ่มแต่ในอัตราที่ชะลอลง NPL ratio ลดลงมาอยู่ที่ 2.95% ของสินเชื่อรวม (VS 3.09% ในไตรมาสก่อน) ขณะที่ Coverage ratio แข็งแกร่งที่ 146%JAS = 5.50 / 5.60, PTT = 274 / 277, KBANK = 184 / 186, PTTEP = 74.00 / 74.50, SCl = 9.50 / 10.20 เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เตรียมยื่นไฟลิ่งก.ล.ต.ปลายปีนี้ หวังเข้าเทรด mai ต้นปีหน้า MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวกเครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 60 IEA คาดการลงทุนด้านน้ำมันมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องถึงปี 59 SIRI คาดยอดขาย 10 เดือนแรกราว 2.5 หมื่นลบ. เชื่อรายได้ตามเป้านอกจากนี้ เอสซีจียังคิดค้นผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอีกด้วย เช่น บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่สะอาด ปลอดภัย ย่อยสลายได้รวดเร็ว และมีกระบวนการผลิตที่รักษ์โลก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทั้งในแง่ของประโยชน์ใช้สอย และในแง่ของคุณค่าและความภูมิใจที่ได้ใช้สินค้าที่ผลิตโดยนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม1.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัดซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือADVANCโดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นคาดว่ามาจากประเด็นที่ นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ EPCO เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าหมายจะมีรายได้เติบโต 20-30% จากปีนี้ และมีกำไรสุทธิเติบโต 40-50% จากปีนี้ โดยจะมีการรับรู้การขายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเพิ่ม ประมาณ 4 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวมประมาณ 17.47 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมายจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 61 ทั้งนี้ ยังไม่รวมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรก่อนหน้านี้ นางชัชณี อนันต์วัฒนพงษ์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย บมจ.ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 58 ว่า บริษัทคาดารายได้และกำไรสุทธิในปีนี้จะลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้ 8,300 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 437 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 28 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศชะลอตัวส่งผลให้กำลังซื้อหดตัวลง และยังทำให้การแข่งขันในตลาดค่อนข้างรุนแรง บริษัทต้องแข่งขันด้านราคามากขึ้นเพื่อรักษาระดับส่วนแบ่งการตลาด(มาร์เก็ตแชร์) โดยครึ่งปีแรกมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 6%อย่างไรก็ตาม จากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนหลังการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนขยายตัวช้าลงในไตรมาส 3 ของปีนี้โดยขยายตัวเพียง 6.9% เมื่อเทียบรายปีซึ่งปรับตัวต่ำกว่า 7% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 ปีจะดึงดูดให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในทองคำอีกครั้งเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่กระแสคาดการณ์ที่ว่า FEDยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยล่าสุดนางเจเน็ตเยลเลนประธาน FED ไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หรือนโยบายการเงินในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี.ซึ่งยังคงสร้างความไม่แน่นอนในเรื่องดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นใกล้เป้าหมายระยะสั้นที่ให้ไว้ที่ 1435 มองกรอบจำกัดที่ 1420 1435 กลยุทธ์เน้นซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้นโดยจำกัดพอร์ตไม่เกิน 20% ก่อนพิจารณาปรับเพิ่มหากอ่อนตัว,ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลา 1 ปี และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลง 0.25% สู่ระดับ 4.35% และ 1.50% ตามลำดับ โดยมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ (24 ต.ค.) การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีนี้ ในความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทต่างๆ โดยเศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.9% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2552?ทั้งนี้ ส.ขอนแก่น ได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกคุณสมบัติที่คำนึงถึงคุณภาพ แบรนด์ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคและเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความโดดเด่น ซึ่งต้องผ่านการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มผู้บริโภค นักการตลาดและผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างแบรนด์จากบริษัทโฆษณา บริษัทจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด และขยายผลต่อไปยังกลุ่ม Line ผู้ไม่หวังดี ที่มีการวางแผนทำลายบริษัท และบริษัทขอใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน เชื่อว่ามีผู้เสียประโยชน์ทางธุรกิจ และแกนนำ 4-5 คน 1 ในนั้นคือชื่อ นาย ฮ. ที่เคยสร้างความปั่นป่วนเพื่อเรียกร้องเงินจากบริษัทมหาชนหลายๆ บริษัทมาแล้ว นายญาณกร กล่าว。

SET : รากฐานเริ่มไม่มั่นคงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ทางสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (Federal Aviation Administration : FAA) จะเข้ามาติดตามการแก้ปัญหาการบิน ในระหว่างวันที่ 26-28 ต.ค.นี้ และคาดว่าจะใช้เวลาในการประเมินและแจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบอีก 1 เดือน สำหรับผลจะออกมาอย่างไรนั้นคงไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้ ขณะที่ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 18,443.69 จุด ลดลง 110.59 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,292.29 จุด ลดลง 28.39 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 22,795.58 จุด ลดลง 193.64 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 8,600.40 จุด ลดลง 8.83 จุดอย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 3 รายการจะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในช่วงปลายปีนี้ คือ เครื่องบำบัดน้ำบริสุทธิ์ชนิดพิเศษเกรดพรีเมี่ยม บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายไว้ 300 เครื่องในปีนี้ รวมถึงเครื่องทำน้ำแข็ง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยบริษัทฯจะเข้าร่วมงานบ้านและสวนแฟร์ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายในช่วงปลายปีนี้กำหนดจุด stop loss เมื่อใกล้หลุด 7.70 บาท,SET ในช่วงเช้าแกว่งตัวในกรอบแคบ สลับ +/- ไม่เกิน 3 จุด เนื่องจากยังขาดปัจจัยบวกใหม่ อีกทั้งนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอฟังผลการประชุม ECB ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ และการเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวทำให้ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 1.6 หมื่นลบ. ปิดตลาดภาคเช้า SET -0.71 จุด มาปิดที่ 1415.09 จุด โดยหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนำตลาดวันนี้คือ ICT หลังมีการทยอยยื่นซองคุณสมบัติประมูลคลื่น 4G-900MHzโดยการลด NPL ในช่วงที่เหลือของปีธนาคารอาจจะทำการตัดจำหน่ายหนี้สูญออกบางส่วน เพื่อทำให้ NPL ลดลง แม้ว่าในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมาที่ 4.3% จาก 3.3% สิ้นปี 57 เป็นผลมาจาก NPL ของสินเชื่อลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อลูกค้า SMEs ที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับสินเชื่อประเภทเทรดดิ้งที่ธนาคารได้ปล่อยให้กับบมจ.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) กว่า 100 ล้านบาทด้วย แต่ธนาคารได้ตั้งสำรองสินเชื่อที่ปล่อยให้กับ SSI ไปแล้ว 100%,ขณะเดียวกัน Call DW บนหุ้น TPIPL และ SAMART ปรับตัวลงแรงตามหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลดลงถึง -3.7% และ -3.3% หลังจากปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนซื้อสะสม Call DW ที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของ DW28 นักลงทุนซื้อสุทธิ TPIP28C1512A กว่า 11.0 ล้านหน่วย และ SAMA28C1601A 6.5 ล้านหน่วย ตามลำดับ、แตก ต่าง ภาษา อังกฤษ、TNPC แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน、ด้านอัตรากำไรกำไรขั้นต้นคาดว่าจะดีขึ้นเป็น 25% จากไตรมาส 2 ปี 58 ที่ 19.5% ตามทิศทางรายได้ที่เพิ่มขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็น 76% จากไตรมาส 2 ปี 58 ที่ 60%อย่างไรก็ตาม เบอร์นันเก้ปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด โดยให้เหตุผลว่า เขาเป็นเพียงอดีตประธานเฟด และไม่ต้องการให้นางเยลเลนตกอยู่ภายใต้ได้แรงกดดันมากขึ้น อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ของเขาTVT Trading buy ปิด 2.44 แนวรับ 2.42-2.32 แนวต้าน 2.56-2.66 PTTEP ตั้ง สมพร ว่องวุฒิพรชัย ขึ้นนั่ง CEO มีผล 22 ต.ค.เป็นต้นไปนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุเมื่อวานนี้ว่า ECB จะทำการทบทวนในเดือนธ.ค.เพื่อพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ การแถลงดังกล่าวของนายดรากีมีขึ้น หลังจากที่ ECB ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้นอกจากนี้ EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 219.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 900,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 145 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล สำหรับอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 86.4% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.3%,โดย 2 แห่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว ส่วนอีก 1 แห่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในปีนี้ โดยการลงทุนดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ามากกว่า 100 เมกะวัตต์ ภายใน 3 ปีข้างหน้า(ปี 59-61)ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 6.40-7.40 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 6.30 บาทINTUCH ราคาพลิกดีดตัวจาก 71.25 ขึ้น ไปที่ 76 อ่อนพักตัวในช่องคู่ขนาน ล่าสุดดีดตัวทะลุออกจากกรอบและยืนเหนือเส้นเฉลี่ยระยะสั้นด้าน MACD แกว่งตัวบนค่าเฉลี่ยของตัวเอง ดูมีแนวโน้มจะวกขึ้นยืนในแดนบวกสะท้อนโอกาสที่ช่วงสั้นๆ ราคาจะเหวี่ยงตัวขึ้นต่อ。

Our editors will review what you’ve submitted and determine whether to revise the article.

Join Britannica's Publishing Partner Program and our community of experts to gain a global audience for your work!

Slavery, condition in which one human being was owned by another. A slave was considered by law as property, or chattel, and was deprived of most of the rights ordinarily held by free persons.

Engraving of Solomon Northup, c. 1853. (Twelve Years a Slave, 12 Years a Slave, slavery, African-American, Black History)
Britannica Quiz
The History of Slavery in North America Quiz
Which of England’s American colonies became the first to recognize slavery as a legal institution? Which colony had the largest enslaved population by the 1700s? Test your knowledge. Take this quiz.

There is no consensus on what a slave was or on how the institution of slavery should be defined. Nevertheless, there is general agreement among historians, anthropologists, economists, sociologists, and others who study slavery that most of the following characteristics should be present in order to term a person a slave. The slave was a species of property; thus, he belonged to someone else. In some societies slaves were considered movable property, in others immovable property, like real estate. They were objects of the law, not its subjects. Thus, like an ox or an ax, the slave was not ordinarily held responsible for what he did. He was not personally liable for torts or contracts. The slave usually had few rights and always fewer than his owner, but there were not many societies in which he had absolutely none. As there are limits in most societies on the extent to which animals may be abused, so there were limits in most societies on how much a slave could be abused. The slave was removed from lines of natal descent. Legally, and often socially, he had no kin. No relatives could stand up for his rights or get vengeance for him. As an “outsider,” “marginal individual,” or “socially dead person” in the society where he was enslaved, his rights to participate in political decision making and other social activities were fewer than those enjoyed by his owner. The product of a slave’s labour could be claimed by someone else, who also frequently had the right to control his physical reproduction.

Slavery was a form of dependent labour performed by a nonfamily member. The slave was deprived of personal liberty and the right to move about geographically as he desired. There were likely to be limits on his capacity to make choices with regard to his occupation and sexual partners as well. Slavery was usually, but not always, involuntary. If not all of these characterizations in their most restrictive forms applied to a slave, the slave regime in that place is likely to be characterized as “mild”; if almost all of them did, then it ordinarily would be characterized as “severe.”

Slaves were generated in many ways. Probably the most frequent was capture in war, either by design, as a form of incentive to warriors, or as an accidental by-product, as a way of disposing of enemy troops or civilians. Others were kidnapped on slave-raiding or piracy expeditions. Many slaves were the offspring of slaves. Some people were enslaved as a punishment for crime or debt, others were sold into slavery by their parents, other relatives, or even spouses, sometimes to satisfy debts, sometimes to escape starvation. A variant on the selling of children was the exposure, either real or fictitious, of unwanted children, who were then rescued by others and made slaves. Another source of slavery was self-sale, undertaken sometimes to obtain an elite position, sometimes to escape destitution.

Get a Britannica Premium subscription and gain access to exclusive content. Subscribe Now

Slavery existed in a large number of past societies whose general characteristics are well known. It was rare among primitive peoples, such as the hunter-gatherer societies, because for slavery to flourish, social differentiation or stratification was essential. Also essential was an economic surplus, for slaves were often consumption goods who themselves had to be maintained rather than productive assets who generated income for their owner. Surplus was also essential in slave systems where the owners expected economic gain from slave ownership.

Ordinarily there had to be a perceived labour shortage, for otherwise it is unlikely that most people would bother to acquire or to keep slaves. Free land, and more generally, open resources, were often a prerequisite for slavery; in most cases where there were no open resources, non-slaves could be found who would fulfill the same social functions at lower cost. Last, some centralized governmental institutions willing to enforce slave laws had to exist, or else the property aspects of slavery were likely to be chimerical. Most of these conditions had to be present in order for slavery to exist in a society; if they all were, until the abolition movement of the 19th century swept throughout most of the world, it was almost certain that slavery would be present. Although slavery existed almost everywhere, it seems to have been especially important in the development of two of the world’s major civilizations, Western (including ancient Greece and Rome) and Islamic.

There have been two basic types of slavery throughout recorded history. The most common has been what is called household, patriarchal, or domestic slavery. Although domestic slaves occasionally worked outside the household, for example, in haying or harvesting, their primary function was that of menials who served their owners in their homes or wherever else the owners might be, such as in military service. Slaves often were a consumption-oriented status symbol for their owners, who in many societies spent much of their surplus on slaves. Household slaves sometimes merged in varying degrees with the families of their owners, so that boys became adopted sons or women became concubines or wives who gave birth to heirs. Temple slavery, state slavery, and military slavery were relatively rare and distinct from domestic slavery, but in a very broad outline they can be categorized as the household slaves of a temple or the state.

The other major type of slavery was productive slavery. It was relatively infrequent and occurred primarily in Classical Athenian Greece and Rome and in the post-Columbian circum-Caribbean New World. It also was found in 9th-century Iraq, among the Kwakiutl Indians of the American Northwest, and in a few areas of sub-Saharan Africa in the 19th century. Although slaves also were employed in the household, slavery in all of those societies seems to have existed predominantly to produce marketable commodities in mines or on plantations.

A major theoretical issue is the relationship between productive slavery and the status of a society as a slave or a slave-owning society. In a slave society, slaves composed a significant portion (at least 20–30 percent) of the total population, and much of that society’s energies were mobilized toward getting and keeping slaves. In addition the institution of slavery had a significant impact on the society’s institutions, such as the family, and on its social thought, law, and economy. It seems clear that it was quite possible for a slave society to exist without productive slavery; the known historical examples were concentrated in Africa and Asia. It is also clear that most of the slave societies have been concentrated in Western (including Greece and Rome) and Islamic civilizations. In a slave-owning society, slaves were present but in smaller numbers, and they were much less the focus of the society’s energies.

Slavery was a species of dependent labour differentiated from other forms primarily by the fact that in any society it was the most degrading and most severe. Slavery was the prototype of a relationship defined by domination and power. But throughout the centuries man has invented other forms of dependent labour besides slavery, including serfdom, indentured labour, and peonage. The term serfdom is much overused, often where it is not appropriate (always as an appellation of opprobrium). In the past a serf usually was an agriculturalist, whereas, depending upon the society, a slave could be employed in almost any occupation. Canonically, serfdom was the dependent condition of much of the western and central European peasantry from the time of the decline of the Roman Empire until the era of the French Revolution. This included a “second enserfment” that swept over central and some of eastern Europe in the 15th and 16th centuries. Russia did not know the “first enserfment”; serfdom began there gradually in the mid-15th century, was completed by 1649, and lasted until 1906. Whether the term serfdom appropriately describes the condition of the peasantry in other contexts is a matter of vigorous contention. Be that as it may, the serf was also distinguished from the slave by the fact that he was usually the subject of the law—i.e., he had some rights, whereas the slave, the object of the law, had significantly fewer rights. The serf, moreover, was usually bound to the land (the most significant exception was the Russian serf between about 1700 and 1861), whereas the slave was always bound to his owner; i.e., he had to live where his owner told him to, and he often could be sold by his owner at any time. The serf usually owned his means of production (grain, livestock, implements) except the land, whereas the slave owned nothing, often not even the clothes on his back. The serf’s right to marry off his lord’s estate often was restricted, but the master’s interference in his reproductive and family life ordinarily was much less than was the case for the slave. Serfs could be called upon by the state to pay taxes, to perform corvée labour on roads, and to serve in the army, but slaves usually were exempt from all of those obligations.

A person became an indentured servant by borrowing money and then voluntarily agreeing to work off the debt during a specified term. In some societies indentured servants probably differed little from debt slaves (i.e., persons who initially were unable to pay off obligations and thus were forced to work them off at an amount per year specified by law). Debt slaves, however, were regarded as criminals (essentially thieves) and thus liable to harsher treatment. Perhaps as many as half of all the white settlers in North America were indentured servants, who agreed to work for someone (the purchaser of the indenture) upon arrival to pay for their passage. Some indentured servants alleged that they were treated worse than slaves; the economic logic of the situation was that slave owners thought of their slaves as a long-term investment whose value would drop if maltreated, whereas the short-term (typically four years) indentured servants could be abused almost to death because their masters had only a brief interest in them. Practices varied, but indenture contracts sometimes specified that the servants were to be set free with a sum of money, sometimes a plot of land, perhaps even a spouse, whereas for manumitted slaves the terms usually depended more on the generosity of the owner.

Peons were either persons forced to work off debts or criminals. Peons, who were the Latin American variant of debt slaves, were forced to work for their creditors to pay off what they owed. They tended to merge with felons because people in both categories were considered criminals, and that was especially true in societies where money fines were the main sanction and form of restitution for crimes. Thus, the felon who could not pay his fine was an insolvent debtor. The debt peon had to work for his creditor, and the labour of the criminal peon was sold by the state to a third party. Peons had even less recourse to the law for bad treatment than did indentured servants, and the terms of manumission for the former typically were less favourable than for the latter.

Ring in the new year with a Britannica Membership
Learn More!
ดู วิธี เอาชนะ บา คา ร่า play game plays สล็อต xo เกมส์ ไหน ดี โบนัส แตก บ่อย mega888 โบนัส100 crc sports ที่อยู่ โร ม่า ทุน 50 วิธี ดู เค้า ไพ่ บา คา ร่า allbet slotxo jackpot slot คา สิ โน คือ อะไร
slot auto 888 สล็อต ออนไลน์ มือ ถือ ฟรี เครดิต sports 800 ไพ่ เล่น กับ เพื่อน สล็อต jdb เครดิต ฟรี
ufabet แจ้งฝาก สล็อต ทุก ค่าย ฝันว่าโทรศัพท์พัง แตก เลขเด็ด บา คา ร่า 123fox แตก 10
เบ ท ยู ฟ่า 918kiss ชวนเพื่อนรับ100 royal online 558 บา คา ร่า ฟรี 500 บุรีรัมย์ esports